7 ปัญหาโลจิสติกส์ที่เกี่ยวกับการจัดการพาเลท พร้อมวิธีแก้ไข
หัวข้อ
สำหรับธุรกิจที่ต้องผลิต จัดเก็บ และขนส่งสินค้าเป็นประจำ “โลจิสติกส์” ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการหลังบ้าน แต่เป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อกำไร ความเร็วในการส่งมอบ และความพึงพอใจของลูกค้าโดยตรง หากบริหารจัดการไม่ดี อาจทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนแฝงที่สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ในความเป็นจริงโลจิสติกส์ยังมีต้นทุนแฝงอีกหลายจุด เช่น การซื้อพาเลทเกินความจำเป็น สต๊อกพาเลทล้นคลัง พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอ การควบคุมสต๊อกที่ยุ่งยาก รวมถึงระบบรับ-คืนพาเลทที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งทั้งหมดล้วนทำให้ธุรกิจเสียทั้งเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
บทความนี้จะพาไปดู 7 ปัญหาโลจิสติกส์ที่ธุรกิจเจอบ่อย พร้อมแนวทางแก้ไขแบบมือโปร โดยเฉพาะการใช้ระบบ Pallet Pooling หรือการเช่าพาเลทแบบหมุนเวียน ที่ช่วยให้ธุรกิจใช้พาเลทได้ตามจำนวนที่ต้องการ ลดการซื้อเกินความจำเป็น ลดภาระการจัดเก็บ และเพิ่มความคล่องตัวให้กับซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ต้นทุนพาเลทสูง เพราะต้องซื้อใช้เองทุกครั้ง
หนึ่งในต้นทุนแฝงที่หลายธุรกิจมองข้ามคือ “ต้นทุนพาเลท” โดยเฉพาะธุรกิจที่ซื้อพาเลทเอง หรือใช้ One-way Pallet ที่ส่งสินค้าแล้วไม่หมุนเวียนกลับมา ทำให้ต้องซื้อใหม่อยู่เสมอ และมีค่าใช้จ่ายสะสมเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่จัดส่งสินค้า
นอกจากค่าซื้อพาเลท ธุรกิจยังต้องรับภาระค่าขนส่ง พื้นที่จัดเก็บ การตรวจนับ การดูแลสภาพพาเลท และค่าใช้จ่ายในการทดแทนพาเลทที่เสียหาย ซึ่งล้วนเพิ่มต้นทุนโลจิสติกส์โดยไม่จำเป็น
วิธีแก้แบบมือโปร
เปลี่ยนจากการซื้อพาเลทมาเป็นการ เช่าพาเลทผ่านระบบ Pallet Pooling เพื่อให้ธุรกิจใช้พาเลทตามจำนวนที่ต้องการจริง ไม่ต้องลงทุนซื้อพาเลทล่วงหน้า และไม่ต้องเก็บพาเลทส่วนเกินไว้เอง

2. ต้องสั่งพาเลทขั้นต่ำมากกว่าที่ใช้จริง
หลายธุรกิจไม่ได้มีปัญหาเรื่องไม่มีพาเลทใช้ แต่มีปัญหาจากการต้องสั่งพาเลทมากกว่าความต้องการจริง เพราะเงื่อนไขของผู้ขายหรือข้อจำกัดด้านค่าขนส่ง เช่น ต้องสั่งเต็มคันรถเพื่อให้คุ้มค่ากับระยะทาง
ผลที่ตามมาคือธุรกิจต้องจ่ายค่าพาเลทจำนวนมากในครั้งเดียว ทั้งที่บางส่วนยังไม่ได้ใช้งานจริง อีกทั้งยังต้องหาพื้นที่จัดเก็บ ตรวจนับสต๊อก และดูแลไม่ให้พาเลทเสียหายระหว่างรอใช้งาน
วิธีแก้แบบมือโปร
ใช้ระบบเช่าพาเลทแบบ Pallet Pooling ที่สามารถรับพาเลทตามจำนวนที่ต้องการใช้งานจริง ไม่ต้องสั่งขั้นต่ำเต็มคันรถ ไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำการซื้อ และไม่ต้องตุนพาเลทเกินความจำเป็น
Case Study: ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีในระยอง
ผู้ผลิตรายหนึ่งในจังหวัดระยอง เคยซื้อพาเลทแบบ One-way เพื่อใช้วางสารเคมีและจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทาง แต่เนื่องจากผู้ขายพาเลทอยู่ไกล หากต้องการให้ค่าขนส่งคุ้มค่า จึงต้องสั่งซื้อพาเลทเต็มคันรถครั้งละ 180 ตัว
อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้งานจริงอยู่ที่ประมาณ 120 – 140 ตัวต่อครั้งเท่านั้น ทำให้เกิดพาเลทส่วนเกิน ต้องสำรองจ่ายค่าพาเลทล่วงหน้า เสียพื้นที่จัดเก็บในคลัง และเพิ่มภาระให้พนักงานในการควบคุมสต๊อก
3. พื้นที่คลังสินค้าถูกใช้ไปกับของที่ไม่สร้างรายได้
พื้นที่คลังสินค้าเป็นทรัพยากรสำคัญของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องจัดเก็บวัตถุดิบ สินค้าระหว่างผลิต และสินค้าพร้อมส่งเป็นประจำ แต่หลายครั้งพื้นที่ส่วนหนึ่งกลับถูกใช้ไปกับการเก็บพาเลทส่วนเกินที่ยังไม่ได้ใช้งาน
สำหรับธุรกิจที่มีคลังสินค้าขนาดกลาง ปัญหานี้ยิ่งส่งผลชัดเจน เพราะทุกตารางเมตรมีต้นทุน ทั้งค่าเช่า ค่าดูแลคลัง ค่าแรง และต้นทุนโอกาสในการใช้พื้นที่เพื่อจัดเก็บสินค้าที่สร้างรายได้จริง
วิธีแก้แบบมือโปร
วางแผนใช้พาเลทแบบ Just-in-time หรือรับพาเลทเท่าที่ต้องใช้ในแต่ละรอบ ผ่านระบบเช่าพาเลทที่มีจุดรับ-คืนตามเส้นทางการขนส่ง ช่วยลดพาเลทค้างสต๊อก และคืนพื้นที่คลังให้กับสินค้าหลักของธุรกิจ

4. การควบคุมสต๊อกพาเลทยุ่งยากและกินเวลาพนักงาน
แม้พาเลทจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในคลังสินค้า แต่หากธุรกิจต้องซื้อ เก็บ ตรวจนับ และบริหารการหมุนเวียนเองทั้งหมด พาเลทก็อาจกลายเป็นภาระงานที่กินเวลาและแรงงานของทีมคลังสินค้า
ปัญหาที่พบบ่อย เช่น ไม่รู้ว่าพาเลทเหลือกี่ตัว พาเลทส่วนไหนถูกใช้งานอยู่ ส่วนไหนเสียหาย หรือพาเลทถูกส่งออกไปกับสินค้าแล้วหรือไม่ หากไม่มีระบบที่ชัดเจน ธุรกิจอาจเจอทั้งปัญหาพาเลทไม่พอใช้ และพาเลทค้างสต๊อกเกินจำเป็น
วิธีแก้แบบมือโปร
เลือกใช้บริการเช่าพาเลทจากผู้ให้บริการที่มีระบบบริหารจัดการและจุดรับ-คืนชัดเจน เพื่อช่วยลดภาระการตรวจนับ ดูแล และหมุนเวียนพาเลท ทำให้ทีมคลังสินค้าสามารถโฟกัสกับงานหลักได้มากขึ้น
5. เส้นทางขนส่งไม่ยืดหยุ่น ทำให้ต้นทุนเพิ่ม
ธุรกิจที่ส่งสินค้าไปหลายพื้นที่มักเจอปัญหาเรื่องการรับ-คืนพาเลทที่ไม่ยืดหยุ่น เช่น ต้องส่งพาเลทกลับมายังต้นทาง หรือไม่มีจุดคืนพาเลทใกล้ปลายทาง ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มจากการขนส่งพาเลทกลับ การวิ่งรถเปล่า หรือการวางแผนเส้นทางที่ซับซ้อนขึ้น
วิธีแก้แบบมือโปร
ใช้ระบบ Pallet Pooling ที่มีจุดรับและคืนพาเลทสอดคล้องกับเส้นทางเดินสินค้า เช่น รับพาเลทจากคลังใกล้โรงงาน ส่งสินค้าไปพร้อมพาเลท และให้ลูกค้าปลายทางคืนพาเลทที่คลังใกล้พื้นที่ของตนเองเมื่อใช้งานเสร็จ
ตัวอย่างจาก Case Study
ในกรณีของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีในระยอง UPR ได้นำเสนอระบบ Pallet Pooling ให้รับพาเลทจากคลังในพื้นที่ระยอง จากนั้นส่งสินค้าพร้อมพาเลทไปยังปลายทาง และให้ลูกค้าปลายทางนำพาเลทไปคืนที่คลังใกล้พื้นที่ฉะเชิงเทราเมื่อใช้งานเสร็จ
ระบบนี้ยังช่วยให้ลูกค้าสามารถรับและคืนพาเลท ผ่านคลังสินค้าทั้ง 11 แห่งของ UPR หรือจุดของคู่ค้าตามเส้นทางเดินสินค้าได้ ทำให้ทั้งต้นทางและปลายทางจัดการพาเลทได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องยึดติดกับจุดรับ-คืนเพียงจุดเดียว
6. ต้นทุนแฝงจากการจัดส่งถูกบวกไปกับสินค้า
เมื่อธุรกิจต้องซื้อพาเลทเอง ต้นทุนพาเลทมักถูกบวกเข้าไปในราคาสินค้าหรือค่าจัดส่งโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องส่งพร้อมพาเลทไปยังลูกค้าปลายทาง และไม่สามารถนำพาเลทกลับมาใช้ซ้ำได้
สำหรับธุรกิจ B2B ที่มีการจัดส่งเป็นประจำ ต้นทุนพาเลทที่ดูเหมือนเล็กน้อยในแต่ละออเดอร์ อาจสะสมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อคิดเป็นรายเดือนหรือรายปี และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
วิธีแก้แบบมือโปร
แยกต้นทุนพาเลทออกจากการซื้อขาด และเปลี่ยนเป็นต้นทุนการใช้งานจริงผ่านระบบเช่าพาเลท เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนขึ้น ไม่ต้องซื้อพาเลทใหม่ทุกครั้ง และไม่ต้องบวกต้นทุนพาเลทเต็มจำนวนเข้าไปกับสินค้าในทุกออเดอร์
จาก Case Study หลังใช้ระบบ Pallet Pooling ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีรายนี้สามารถลดต้นทุนพาเลทลงได้ถึง 20%

7. ลูกค้าปลายทางจัดการพาเลทต่อได้ยาก
อีกหนึ่งปัญหาที่ธุรกิจมักมองข้ามคือ ภาระของลูกค้าปลายทางหลังได้รับสินค้าพร้อมพาเลท หากไม่มีระบบหมุนเวียนที่ชัดเจน ลูกค้าอาจต้องหาพื้นที่เก็บ ส่งคืน ทิ้ง หรือรอให้ผู้ส่งมารับพาเลทกลับ ทำให้เกิดความไม่สะดวกทั้งผู้ส่งและผู้รับสินค้า
วิธีแก้แบบมือโปร
ใช้ระบบพาเลทหมุนเวียนที่ลูกค้าปลายทางสามารถเช่าใช้งานต่อได้ตามจำนวนวันที่ต้องการ และนำพาเลทไปคืนที่คลังสินค้าใกล้พื้นที่เมื่อใช้งานเสร็จ ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งในการไปรับพาเลทเช่าเพิ่มเติม และทำให้การจัดการพาเลททั้งต้นทางและปลายทางเชื่อมต่อกันได้ราบรื่นขึ้น

ผลลัพธ์การใช้ Pallet Pooling System กับธุรกิจเคมีในระยอง
จากปัญหาการซื้อ One-way Pallet ที่ต้องสั่งเต็มคันรถมากกว่าความต้องการใช้งานจริง ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีในจังหวัดระยองจึงเปลี่ยนมาใช้ระบบเช่าพาเลทแบบ Pallet Pooling System ของ UPR เพื่อให้การจัดการพาเลทสอดคล้องกับรอบการขนส่งและปริมาณการใช้งานมากขึ้น
หลังใช้งาน ธุรกิจสามารถรับพาเลทจากคลังสินค้าในพื้นที่ระยองได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องสั่งพาเลทเต็มคันรถครั้งละ 180 ตัวเหมือนเดิม เพราะใช้งานจริงเพียง 120 – 140 ตัวต่อครั้ง จึงช่วยลดการซื้อเกินความจำเป็น ลดภาระสำรองจ่าย และลดพื้นที่จัดเก็บพาเลทส่วนเกินในคลัง
นอกจากนี้ ระบบ Pallet Pooling ยังช่วยให้พาเลทหมุนเวียนระหว่างต้นทางและปลายทางได้ง่ายขึ้น เมื่อลูกค้าปลายทางได้รับสินค้าพร้อมพาเลทแล้ว สามารถเช่าใช้งานพาเลทต่อ และนำไปคืนที่คลังสินค้าใกล้พื้นที่เมื่อใช้งานเสร็จ ช่วยลดภาระการขนส่งพาเลทกลับต้นทาง และทำให้พาเลทถูกนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ลดต้นทุนพาเลทลงได้ถึง 20% ลดการสั่งซื้อพาเลทเกินความจำเป็น ลดพื้นที่จัดเก็บ ลดภาระการควบคุมสต๊อก และเพิ่มความสะดวกในการรับ-คืนพาเลทตามเส้นทางขนส่งจริง
“ระบบนี้ช่วยให้เราบริหารจัดการง่ายขึ้นมาก อยากใช้เท่าไหร่ก็ไปรับเท่านั้นพอดี ไม่ต้องตุนของ และฝั่งลูกค้าปลายทางของเราเองก็แฮปปี้เพราะสามารถรับพาเลทไปหมุนเวียนใช้งานต่อได้ทันที”
— ผู้จัดการคลังสินค้า บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีในจังหวัดระยอง
ทำไม Pallet Pooling จึงเหมาะกับการลดต้นทุนโลจิสติกส์
Pallet Pooling ไม่ใช่เพียงการเช่าพาเลทมาใช้งานแทนการซื้อพาเลทเท่านั้น แต่เป็นระบบที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารทรัพยากรในซัพพลายเชนได้คุ้มค่ามากขึ้น เพราะสามารถใช้พาเลทตามจำนวนที่ต้องการจริง ไม่ต้องลงทุนซื้อพาเลทจำนวนมากไว้ล่วงหน้า และไม่ต้องแบกรับภาระการจัดเก็บพาเลทส่วนเกินในคลังสินค้า
จุดเด่นของระบบ Pallet Pooling คือ
- ความยืดหยุ่นในการรับและคืนพาเลท ธุรกิจสามารถรับพาเลทจากจุดที่สะดวกต่อเส้นทางการขนส่ง และให้ปลายทางคืนพาเลทในจุดที่เหมาะสมได้
- ช่วยลดระยะทางที่ไม่จำเป็น ลดเที่ยวรถเปล่า
- ลดต้นทุนแฝง ที่เกิดจากการขนส่งพาเลทกลับมายังต้นทาง
ระบบนี้จึงเหมาะกับธุรกิจที่มีการผลิต จัดเก็บ และขนส่งสินค้าเป็นประจำ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ผู้ผลิตสินค้าเคมี ผู้ผลิตอาหาร ผู้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คลังสินค้า และผู้ประกอบการทั่วไปที่ต้องการลดต้นทุนโลจิสติกส์ พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารพาเลท
สำหรับ UPR Thailand มีบริการพาเลทพลาสติกและระบบเช่าพาเลทที่รองรับการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม โดยมีพาเลทให้เลือกหลายประเภท หลายขนาด และรองรับน้ำหนักได้แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับลักษณะสินค้า วิธีการจัดเก็บ และรูปแบบการขนส่งของแต่ละธุรกิจ

เลือกพาเลทแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ?
การเลือกพาเลทให้เหมาะกับธุรกิจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดเก็บและขนส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพาเลทแต่ละรุ่นมีขนาด วัสดุ น้ำหนัก รูปแบบการใช้งาน และความสามารถในการรับน้ำหนักแตกต่างกัน
ก่อนเลือกพาเลท ธุรกิจควรพิจารณาจากลักษณะสินค้า น้ำหนักสินค้า วิธีการเคลื่อนย้ายภายในคลัง การใช้งานร่วมกับโฟล์คลิฟท์ แฮนด์ลิฟท์ หรือสแตกเกอร์ รวมถึงรูปแบบการจัดเก็บว่าเป็นการวางบนพื้น วางซ้อน หรือจัดเก็บบนแรค เพื่อให้พาเลทที่เลือกสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่า
ตัวอย่างพาเลทพลาสติกที่ธุรกิจสามารถนำไปพิจารณา เช่น
- พาเลทไม้ (Wooden Pallet)
นิยมสำหรับงานจัดเก็บและขนส่งสินค้าทั่วไป เหมาะกับใช้ในโรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า รองรับการเคลื่อนย้ายด้วยรถโฟล์คลิฟท์และอุปกรณ์ขนย้ายมาตรฐาน - พาเลทพลาสติก (Plastic Pallet)
นิยมในอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความทนทาน น้ำหนักสม่ำเสมอ และเหมาะกับระบบคลังสินค้าที่ต้องการมาตรฐานในการจัดเก็บและขนส่งสินค้า- เหมาะสำหรับงานจัดเก็บและขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท
- รองรับการใช้งานร่วมกับรถโฟล์คลิฟท์และอุปกรณ์ขนย้าย
- พาเลทพลาสติกหน้าเรียบ (Flat Top Plastic Pallet)
ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการวางสินค้า เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการพื้นรองรับที่สม่ำเสมอ หรือสินค้าที่บรรจุในกล่องและบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ- เหมาะสำหรับสินค้าบรรจุกล่องหรือสินค้าที่ต้องการพื้นรองรับเรียบ
- ใช้งานได้ทั้งในคลังสินค้าและสายการผลิต
- พาเลทสำหรับสินค้าขนาดใหญ่ (Large Size Pallet)
เหมาะสำหรับการจัดเก็บและขนส่งสินค้าที่มีขนาดหรือปริมาณมาก ช่วยเพิ่มพื้นที่รองรับสินค้าและลดความเสี่ยงจากการจัดวางที่ไม่เหมาะสม- เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าขนาดใหญ่
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและขนย้ายสินค้า
นอกจากพาเลทแล้ว ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและขนย้ายสินค้าได้อีกด้วย เช่น
- Nesting Rack (แรคหงาย)
อุปกรณ์จัดเก็บสินค้าที่ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแนวตั้ง สามารถใช้งานร่วมกับพาเลทได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ใช้งานโดยไม่ต้องติดตั้งชั้นวางถาวร- ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บในแนวตั้ง
- เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการจัดเก็บ
- Nesting Rack Inverted (แรคคว่ำ)
อุปกรณ์จัดเก็บที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเรียงสินค้าและบริหารพื้นที่คลังสินค้า สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามความต้องการ- ช่วยจัดการพื้นที่คลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- รองรับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดเก็บสินค้า
- เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีปริมาณสินค้าไม่คงที่
รวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับโลจิสติกส์ที่ธุรกิจควรรู้
Q: ปัญหาโลจิสติกส์ที่ธุรกิจเจอบ่อยมีอะไรบ้าง?
A: ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่ ต้นทุนขนส่งสูง ต้นทุนพาเลทสูง พื้นที่คลังสินค้าไม่พอ สต๊อกพาเลทเกินความจำเป็น การควบคุมพาเลทยุ่งยาก และเส้นทางรับ-คืนพาเลทไม่ยืดหยุ่น
Q: Pallet Pooling คืออะไร?
A: Pallet Pooling คือระบบเช่าพาเลทแบบหมุนเวียน ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเช่าพาเลทตามจำนวนและระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อพาเลทไว้เอง และสามารถรับ-คืนพาเลทตามจุดที่เหมาะสมกับเส้นทางการขนส่งได้
Q: เช่าพาเลทดีกว่าซื้อพาเลทอย่างไร?
A: การเช่าพาเลทช่วยลดต้นทุนเริ่มต้น ลดภาระการจัดเก็บ ลดงานควบคุมสต๊อก และช่วยให้ธุรกิจใช้พาเลทตามจำนวนที่ต้องการจริง โดยไม่ต้องซื้อเกินความจำเป็นหรือสำรองพาเลทไว้ในคลังจำนวนมาก
Q: พาเลทพลาสติกเหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?
A: พาเลทพลาสติกเหมาะกับธุรกิจที่ต้องจัดเก็บและขนส่งสินค้าเป็นประจำ เช่น โรงงานอาหาร ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตสินค้าเคมี คลังสินค้า และธุรกิจโลจิสติกส์
Q: ระบบเช่าพาเลทช่วยลดต้นทุนได้จริงไหม?
A: ระบบเช่าพาเลทสามารถช่วยลดต้นทุนได้จริง หากธุรกิจมีการใช้พาเลทเป็นประจำและต้องการลดการซื้อพาเลทเกินความจำเป็น จาก Case Study ของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เคมีในจังหวัดระยอง หลังใช้ระบบ Pallet Pooling สามารถลดต้นทุนพาเลทลงได้ถึง 20% และช่วยลดภาระการจัดเก็บพาเลทส่วนเกินในคลังสินค้าได้ด้วย
สรุป: ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เริ่มจากการจัดการพาเลทให้คุ้มค่า
ปัญหาโลจิสติกส์ไม่ได้เกิดจากค่าขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากต้นทุนแฝงในหลายจุด เช่น การซื้อพาเลทเกินความจำเป็น การใช้พื้นที่คลังสินค้าไม่คุ้มค่า การควบคุมสต๊อกที่ยุ่งยาก เส้นทางรับ-คืนที่ไม่ยืดหยุ่น และต้นทุนพาเลทที่ถูกบวกเข้าไปกับการจัดส่งสินค้าในทุกครั้ง
สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้พาเลทในการจัดเก็บและขนส่งสินค้าเป็นประจำ การเปลี่ยนจากการซื้อพาเลทมาเป็นการเช่าพาเลทผ่านระบบ Pallet Pooling System จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะธุรกิจสามารถใช้พาเลทตามจำนวนที่ต้องการจริง ลดการตุนพาเลท ลดพื้นที่จัดเก็บ และทำให้พาเลทหมุนเวียนระหว่างต้นทางและปลายทางได้สะดวกขึ้น
UPR Thailand พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องพาเลทพลาสติก ระบบเช่า Pallet และโซลูชันคลังสินค้าที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
TEL: +66-2-672-5100
EMAIL: info-thailand@upr-net.co.jp
บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด > คอลัมน์ > โลจิสติกส์ > 7 ปัญหาโลจิสติกส์ที่เกี่ยวกับการจัดการพาเลท พร้อมวิธีแก้ไข
ติดต่อเรา
โทรหาเรา
Line Official