TH EN

การนำเข้าทางอากาศมีขั้นตอนอย่างไร? พร้อมวิธีเตรียมพาเลทในคลังเพื่อรับสินค้า Air Cargo

หัวข้อ

airplane in the sky

💡 ประกาศสำคัญจากบริษัท UPR Thailand

บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ให้บริการ “เช่าและบริหารจัดการพาเลทหมุนเวียน (Pallet Rental & Pooling)” เพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์และการคลังสินค้าเท่านั้น ทางบริษัทไม่มีบริการชิปปิ้ง บริการเคลียร์ศุลกากร หรือบริการตัวแทนออกของ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ประกอบการในการประสานงานร่วมกับบริษัทชิปปิ้ง และการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์แพ็คสินค้าในคลังให้ได้มาตรฐานสากลเท่านั้น

การนำเข้าทางอากาศ เป็นหนึ่งในช่องทางการนำเข้าสินค้าและพัสดุที่รวดเร็วที่สุดสำหรับทั้งผู้ประกอบการธุรกิจและบุคคลทั่วไป ที่ต้องการส่งสินค้าไปยังประเทศปลายทางในกรณีที่เร่งด่วน หรือต้องการประหยัดเวลาในการขนส่ง แต่แน่นอนว่า การนำเข้าทางอากาศ ก็อาจจะมีขั้นตอน และข้อมูลบางอย่างที่จำเป็นต้องรู้และควรทราบก่อนจะเริ่มต้นการนำเข้าเพื่อให้อุปกรณ์และคลังสินค้าปลายทางมีความพร้อมในการรองรับสินค้าได้อย่างราบรื่นที่สุด 

การขนส่งทางอากาศแบบ Air Courier และ Air Cargo ต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะเริ่มต้นนำเข้า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจรูปแบบการขนส่งทางอากาศที่ชิปปิ้งหรือสายการบินให้บริการ เพื่อเตรียมการฝั่งคลังสินค้าได้อย่างถูกต้อง:

  • Air Courier (ขนส่งด่วนพิเศษ): เป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบ Door-to-Door (ส่งถึงหน้าประตูปลายทาง) โดยบริษัทขนส่งเอกชนรายใหญ่จะดูแลการเคลียร์ศุลกากรแบบเบ็ดเสร็จ เหมาะสำหรับพัสดุชิ้นเล็ก สินค้าทั่วไป หรือสินค้าตัวอย่างที่ไม่ใช่สินค้าอันตราย

  • Air Cargo (ขนส่งสินค้าฝากตู้สินค้า): เป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบ Door-to-Port (ส่งถึงสนามบินปลายทาง) ซึ่งผู้นำเข้าจะต้องแต่งตั้งตัวแทนออกของ (Customs Broker) เพื่อดำเนินพิธีการศุลกากรอย่างเต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับสินค้าจำนวนมาก สินค้ามูลค่าสูง หรือสินค้าที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิ เช่น ยาหรือสารเคมี ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มักจะถูกจัดวางมาบนพาเลทจากประเทศต้นทางเพื่อความปลอดภัยในการยกขน

 

พิธีการนำเข้าทางอากาศและขั้นตอนการเตรียมรับของเข้าคลัง

เมื่อเลือกการขนส่งแบบ Air Cargo กระบวนการดำเนินงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไร้เอกสาร (e-Import) ร่วมกับการจัดการคลังสินค้าปลายทาง จะมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:

  1. ผู้นำเข้าดำเนินการส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า: ผู้นำเข้าหรือตัวแทนออกของ (Customs Broker) ทำการส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (Import Entry) เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรเพื่อจับคู่กับบัญชีสินค้าสำหรับอากาศยาน (Air Cargo Manifest)

  2. ตรวจสอบความถูกต้องและชำระภาษีอากร: เมื่อระบบตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องและตรงกับใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Air Waybill, AWB) ผู้นำเข้าจะดำเนินการชำระภาษีอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปรับสถานะเตรียมพร้อมรับการตรวจปล่อยสินค้า

  3. การตรวจสอบและปล่อยสินค้าออกจากสนามบิน: สินค้าจะผ่านกระบวนการตรวจสอบของศุลกากร (ไม่ว่าจะเป็นแบบยกเว้นการตรวจหรือโดนเปิดตรวจตามระบบบริหารความเสี่ยง) เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อย คลังสินค้ากลางของสนามบิน (เช่น คลังสินค้า TG หรือ BFS) จะทำการส่งมอบของให้แก่ผู้นำเข้า

  4. การขนส่งเข้าคลังสินค้าปลายทางและการจัดการพาเลท: เมื่อผู้นำเข้านำสินค้าออกจากอารักขาศุลกากรและขนส่งมาถึงคลังสินค้าปลายทาง สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนถ่ายสินค้าหรือจัดเรียงสินค้าลงบน “พาเลทที่ได้มาตรฐานภายในคลัง” ทันที เนื่องจากสินค้าที่มาทางอากาศมักมีมูลค่าสูงหรือเสียหายง่าย การใช้พาเลทพลาสติกหรือพาเลทไม้คุณภาพสูงร่วมกับระบบชั้นวางพาเลท (Racking System) ที่แข็งแรง จะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวสินค้าเกิดการชำรุดระหว่างการจัดเก็บและรอการกระจายสินค้า

 

สรุป

เพิ่มประสิทธิภาพการรับสินค้าทางอากาศด้วยโซลูชันพาเลทมาตรฐาน

การนำเข้าสินค้าทางอากาศโดดเด่นในเรื่องความรวดเร็วและความปลอดภัยสูง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะจัดจ้างบริษัทชิปปิ้งหรือ Freight Forwarder ที่เชี่ยวชาญให้เป็นผู้ดูแลในส่วนของเอกสารและพิธีการศุลกากรที่สนามบินอยู่แล้ว

แต่ในส่วนของการบริหารคลังสินค้าปลายทางเมื่อสินค้าถูกขนส่งมาถึงเมืองไทย การเตรียมคลังสินค้า รถโฟล์คลิฟท์ และพาเลทเพื่อรองรับสินค้าปริมาณมากอย่างทันท่วงทีถือเป็นสิ่งสำคัญ หากธุรกิจของคุณมีการนำเข้าสินค้าทางอากาศในปริมาณที่ผันผวนตามฤดูกาล และไม่ต้องการแบกรับต้นทุนการซื้อพาเลทมาจัดเก็บไว้ในคลังเป็นจำนวนมาก โซลูชัน “เช่าพาเลทรายวันระบบ Pallet Pooling จาก UPR” จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) โดยสามารถรับพาเลทเปล่าไปสลับรองรับสินค้า และส่งคืนพาเลทได้ยืดหยุ่นตามคลังสินค้าเครือข่ายของเราทั่วประเทศ ช่วยให้ระบบจัดเก็บหลังการนำเข้าของคุณมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุนที่สุดค่ะ

เกี่ยวกับ UPR Thailand

บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโลจิสติกส์และการจัดเก็บสินค้า เราให้บริการ เช่าและจัดจำหน่ายพาเลทไม้และพาเลทพลาสติกคุณภาพสูง รวมถึงชั้นวางพาเลท (Racking System) และอุปกรณ์คลังสินค้าครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก บริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างเป็นระบบและประหยัดต้นทุน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในประเทศไทย

หากท่านต้องการเช่าพาเลทเพื่อรองรับสินค้านำเข้า หรือปรับปรุงระบบจัดเก็บในคลังสินค้า ติดต่อเราได้ที่:

    • กรอกแบบฟอร์ม: www.upr-thailand.co.th/contact/inquiries/

    • โทร.: +66-2-672-5100

    • อีเมล: info-thailand@upr-net.co.jp

 

บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด > > โลจิสติกส์ >

contact us ติดต่อเรา โทรหาเรา line Line Official