TH EN

การนำเข้าสินค้าทางบกมีขั้นตอนอย่างไร? กระบวนการสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้

หัวข้อ

back of a truck, loaded with caton boxes

💡 ประกาศจากบริษัท UPR Thailand

บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ให้บริการ “เช่าและบริหารจัดการพาเลทหมุนเวียน (Pallet Rental & Pooling)” เพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์และการคลังสินค้าเท่านั้น ทางบริษัทไม่มีบริการชิปปิ้ง บริการเคลียร์ศุลกากร หรือบริการตัวแทนออกของ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ประกอบการในการประสานงานร่วมกับบริษัทชิปปิ้ง และการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์แพ็คสินค้าในคลังให้ได้มาตรฐานสากลเท่านั้น

การ นำเข้า สินค้าทางบกเป็นหนึ่งในช่องทางที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ในการนำสินค้าเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีน ลาว กัมพูชา และมาเลเซียผ่านบริการจากบริษัทโลจิสติกส์ ซึ่งมีสิ่งของและสินค้านำเข้ามามากมาย ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบการผลิต ไปจนถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 

 

สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจหรือมีแผนขยายธุรกิจให้ครอบคลุมสินค้านำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจแต่ละขั้นตอนในพิธีการการนำเข้าสินค้าเสียก่อน เพื่อช่วยให้การนำเข้าเป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ

การเตรียมความพร้อมด้านคลังสินค้า

ก่อนเริ่มดำเนินการนำเข้า การจัดเตรียมคลังสินค้าให้พร้อมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแน่นอนว่าระบบจัดการพาเลทที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มความรวดเร็วในการรับสินค้านำเข้า จัดการสินค้า และนำส่งไปถึงมือลูกค้าอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งชั้นวางพาเลทที่ได้มาตรฐาน การจัดวางตำแหน่งและช่องทางเดินของโฟล์คลิฟท์ การวางระบบการติดตาม จัดเก็บ และเบิกจ่ายสินค้า ไปจนถึงการกำหนดพื้นที่จัดเก็บตามประเภทสินค้า

 

ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าทางบก

สืบเนื่องจากพิธีการศุลกากรขาออกที่ผู้จำหน่าย (Shipper) หรือตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ที่ธุรกิจได้จัดจ้างไว้ จะทำการแจ้งรายละเอียดสินค้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งข้อมูลจะถูกบันทึกลงในระบบของกรมศุลกากร โดยธุรกิจจำเป็นต้องดำเนินการตามพิธีการนำเข้าสินค้าต่อ ดังนี้ 

1. จัดเตรียมและยื่นเอกสารข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า

ในการนำเข้าสินค้า ผู้นำเข้าหรือผู้รับผิดชอบจำเป็นต้องเตรียมเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อยื่นกับกรมศุลกากร ดังนี้

  • รายงานยานพาหนะเข้าและยื่นบัญชีสินค้าทางบก (Car Manifest) ตามแบบ ศบ.1
  • ใบตราส่งสินค้า
  • บัญชีรายการสินค้าทุกรายการ
  • บัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อ
  • ใบอนุญาตนำเข้า หรือเอกสารตามกฎหมายกำหนด
  • เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารสำหรับผู้รับบรรทุก หรือผู้รับประกันภัยธนาคาร

โดยธุรกิจสามารถกรอกข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้เข้าสู่ระบบของกรมศุลกากรผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการ ในกรณีที่ไม่สามารถส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ผู้นำเข้าสามารถกรอกรายละเอียดในรายงานยานพาหนะเข้าและบัญชีสินค้าทางบก (Car Manifest) ตามแบบ ศบ.1 ให้ครบถ้วน และยื่นแบบ ศบ.1 ต่อพนักงานศุลกากรประจำด่านพรมแดนเพื่อตรวจสอบและส่งข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของกรมฯ ต่อไป

2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า

หลังจากที่กรมศุลกากรได้รับข้อมูลที่บันทึกในระบบ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลในใบขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นชื่อ ที่อยู่ผู้นำเข้า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี พิกัดอัตราศุลกากร และราคาของสินค้าที่นำเข้า เพื่อในกรณีเกิดข้อผิดพลาดหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะแจ้งกลับมายังผู้นำเข้าเพื่อทำการแก้ไขข้อมูล หากข้อมูลทั้งหมดครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะออกเลขที่รับรายงานยานพาหนะ (Received Control Number) ให้กับผู้นำเข้า

 

ขั้นตอนการเปลี่ยนถ่ายไม้พาเลท ณ ด่านพรมแดน (Pallet Cross-Docking)

สิ่งสำคัญสำหรับการนำเข้าทางบกที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม คือ “การเปลี่ยนถ่ายสินค้าตรงด่านชายแดน” เนื่องจากรถบรรทุกจากประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น จีน หรือลาว) มักจะไม่วิ่งเข้ามาส่งถึงคลังสินค้าปลายทางในไทยโดยตรง แต่จะมีการเปลี่ยนถ่ายสินค้า (Cross-Docking) ขึ้นรถบรรทุกฝั่งไทยตรงด่านพรมแดน

ในขั้นตอนนี้ หากสินค้าถูกจัดเรียงมาบนพาเลทที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือฝั่งไทยไม่ได้เตรียมพาเลทเปล่าไปสลับสับเปลี่ยน จะทำให้เสียเวลาในการรื้อขนย้ายสินค้าทีละชิ้นอย่างมาก การเลือกใช้บริการเช่าพาเลทระบบ Pooling ที่สามารถไปรับพาเลทเปล่าจากคลังเครือข่ายของ UPR ที่อยู่ใกล้ด่านพรมแดน เพื่อนำไปสลับรองรับสินค้านำเข้าข้ามแดน จึงเป็นโซลูชันที่ช่วยลดเวลาและประหยัดค่าแรงคนงานได้อย่างมหาศาล

 

สรุป

เพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้านำเข้าด้วยระบบพาเลทมาตรฐาน

กระบวนการนำเข้าสินค้าทางบกมีพิธีการศุลกากรที่ซับซ้อน ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะจัดจ้างบริษัทชิปปิ้งหรือ Freight Forwarder เอกชนให้เป็นผู้ดูแลในส่วนของเอกสารและภาษีอยู่แล้ว

แต่ในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนเมื่อสินค้ามาถึงเมืองไทย การจัดเตรียมคลังสินค้าและพาเลทเพื่อรองรับสินค้าที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ถือเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าของธุรกิจ หากคุณกำลังพบปัญหาคลังสินค้าหนาแน่นจากการนำเข้า หรือต้องซื้อพาเลทไม้ราคาแพงมาสต็อกไว้เพื่อรอรับของ โซลูชัน “เช่าพาเลทรายวันระบบ Pallet Pooling จาก UPR” จะช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตามการนำเข้าจริง (Pay-per-use) สามารถรับและคืนพาเลทได้ยืดหยุ่นตามคลังสินค้าเครือข่ายของเราทั้ง 11 จุดทั่วประเทศ ช่วยให้การรับสินค้านำเข้าเข้าสู่ระบบคลังของคุณเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบที่สุดค่ะ

 

เกี่ยวกับ UPR Thailand

บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบโลจิสติกส์และการจัดเก็บสินค้า เราให้บริการ เช่าและจัดจำหน่ายพาเลทไม้และพาเลทพลาสติกคุณภาพสูง รวมถึงชั้นวางพาเลท (Racking System) และอุปกรณ์คลังสินค้าครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก บริหารจัดการคลังสินค้าได้อย่างเป็นระบบและประหยัดต้นทุน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในประเทศไทย

หากท่านต้องการเช่าพาเลทเพื่อรองรับสินค้านำเข้า หรือปรับปรุงระบบจัดเก็บในคลังสินค้า ติดต่อเราได้ที่:

    • กรอกแบบฟอร์ม: www.upr-thailand.co.th/contact/inquiries/

    • โทร.: +66-2-672-5100

    • อีเมล: info-thailand@upr-net.co.jp

บริษัท ยูพีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด > > โลจิสติกส์ >

contact us ติดต่อเรา โทรหาเรา line Line Official